Search
Close this search box.
Search
Close this search box.

Google

Google ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า บริษัทกำลังขยายโหมดการวิจัยเชิงลึกล่าสุดของ Gemini ไปยังอีก 40 ภาษา บริษัทได้เปิดตัวโหมดการวิจัยเชิงลึก (in-depth research mode) เมื่อต้นเดือนนี้ โดยอนุญาตให้ผู้ใช้แผนสมัครสมาชิก Google One AI Premium สามารถปลดล็อกผู้ช่วยเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยในการวิจัยได้ โหมดการวิจัยเชิงลึกนี้ทำงานผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างแผนการวิจัย การค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จากนั้น เครื่องมือจะทำการค้นหาอีกครั้งเพื่อสกัดข้อมูลความรู้ จากนั้นทำซ้ำกระบวนการนี้หลายครั้ง จนในที่สุดก็จะสร้างรายงานออกมา ภาษาที่ Gemini รองรับ ได้แก่ อาหรับ, เบงกาลี, จีน, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, กุจราตี, ฮินดี, อินโดนีเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, กันนาดา, เกาหลี, มาลายาลัม, มราฐี, โปแลนด์, โปรตุเกส, สวาฮิลี, สเปน, ทมิฬ, เตลูกู, ทานี, ยูเครน และ อูรดู ความท้าทายของ Google คือการค้นหาแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ในภาษาใดภาษาหนึ่ง จากนั้นสรุปข้อมูลในภาษาต้นฉบับโดยไม่ผิดไวยากรณ์ ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในการสนทนากับ TechCrunch นั้น HyunJeong Choe ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมข

การค้นหา “Bitcoin halving” บน Google พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตื่นเต้นของนักลงทุนที่รอคอยเหตุการณ์สำคัญนี้ ความสนใจการค้นหา Bitcoin halving บน Google พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยข้อมูลที่คาดการณ์ไว้ พบว่า สูงกว่า halving ครั้งที่ผ่านมาในปี 2020 มากกว่าสองเท่า จากข้อมูล Google Trends คะแนนค้นหาสำหรับคำว่า “Bitcoin halving” พุ่งสูงถึง 45 แล้ว และ Google คาดการณ์ว่าคะแนนจะแตะ 100 ภายในสิ้นเดือนนี้ แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้ Google Trends ระบุว่าค่า 100 หมายถึง “ความนิยมสูงสุด” สำหรับคำนั้น ความสนใจในการค้นหา Bitcoin Halving พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่มา: Google Trends เหตุการณ์ Bitcoin halving ในปี 2024 หมายถึง เหตุการณ์ที่รางวัลที่จ่ายให้กับนักขุด Bitcoin ลดลงครึ่งหนึ่ง รางวัลต่อบล็อกจาก 6.25 BTC จะเหลือ 3.125 BTC เหตุการณ์ halving คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณเวลา 4:00 น. UTC ของวันที่ 20 เมษายน  จากข้อมูล Google Trends พบว่า เหตุการณ์ Bitcoin halving ได้รับความสนใจมากที่สุดจากประเทศไนจีเรีย เนเ

หน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรปได้เปิดการสอบสวนเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการตลาดและการจัดอันดับต่างๆ ของ Apple, Google, Meta และ Amazon ซึ่งอาจเป็นการละเมิดพระราชบัญญัติตลาดดิจิทัลของสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศการสอบสวนว่า บริษัท Apple, Meta, Amazon และ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ไม่ปฏิบัติตาม Digital Markets Act (DMA) จากประกาศเมื่อวันที่ 25 มีนาคม “คณะกรรมาธิการยุโรป (EU Commission) สงสัยว่า Apple, Google และ Meta ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย DMA (Digital Markets Act) อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะมาตรการที่พวกเขาใช้ควบคุมดูแลตลาดดิจิทัล” ที่มา: The European Commission หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรป (EU) กำลังตรวจสอบกฎ “Steering” ของ Google Play ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กับแอปของ Google เอง การให้ความสำคัญกับผลการค้นหาของ Google เอง มากกว่าผลการค้นหาจากคู่แข่ง กฎ “Steering” ของ App Store ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กับแอปของ Apple เอง รวมถึงการจำกัดตัวเลือกเบราว์เซอร์อื่น ๆ บนหน้าจอเลือกเบราว์เซอร์ของ Safari  โมเดล “จ่ายเงินหรือยินยอมR

การอัปเดตนโยบายโฆษณาคริปโตเคอร์เรนซีล่าสุด อนุญาตให้มีโฆษณาเกม NFT ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเกมและโฆษณาไม่ส่งเสริมการพนัน Google ได้อัปเดตนโยบายการโฆษณาคริปโตเคอร์เรนซี อนุญาตโฆษณาเกมโทเคน NFT ที่ใช้บล็อกเชนได้ ตราบใดที่โฆษณาดังกล่าวไม่ส่งเสริมบริการการพนันหรือการพนัน จากบล็อกโพสต์จาก Google การเปลี่ยนแปลงใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน และจะจำกัดเฉพาะเกมที่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น “เกม NFT ที่อนุญาตให้ผู้เล่นซื้อไอเทมในเกม เช่น เครื่องแต่งกายเสมือนจริงสำหรับตัวละคร อาวุธ หรือชุดเกราะของผู้เล่นที่มีสถิติดีกว่า ใช้งานหรือใช้ในเกมเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้หรือช่วยเหลือผู้ใช้ในการพัฒนาเกม” นโยบายใหม่จะยังคงห้ามโฆษณาสำหรับเกมที่อนุญาตให้ผู้เล่นเดิมพันหรือเดิมพัน NFT กับผู้เล่นรายอื่นหรือเพื่อรับรางวัล รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคน NFT อื่น ๆ เกมคาสิโน NFT และกระบวนทัศน์การเดิมพันทางสังคมอื่น ๆ ที่อนุญาตให้ผู้เล่นเดิมพันหรือเล่นเพื่อรับรางวัลในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น NFT เงินสด หรือ คริปโตเคอร์เรนซีจะยังคงถูกแบนต่อไป หากต้องการแสดงโฆษณาที่โปรโมตเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพนันซึ่งรวม

ซีอีโอของ Google DeepMind กล่าวว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังสร้างเทคโนโลยีจากรุ่น AlphaGo ปี 2016 ทำให้ Gemini มีความสามารถเหนือกว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ซีอีโอ DeepMind บริษัทย่อยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Google กล่าวว่า ระบบ AI ที่กำลังจะมาถึงของบริษัทนั้น จะ “มีความสามารถเหนือกว่า” ChatGPT ของ OpenAI  ตามที่ Wired รายงานนั้น Demis Hassabis ซีอีโอของ DeepMind กล่าวว่า Gemini AI ของบริษัทเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (large language model, LLM) ที่ใช้ข้อความคล้ายกับกระบวนการของ ChatGPT แต่จะมาพร้อมกับความสามารถใหม่ เช่น การวางแผน (planning) หรือการแก้ปัญหา (problem-solving) ระบบจะใช้เทคโนโลยีและเทคนิคที่ใช้ใน AlphaGo ระบบ AI รุ่นแรกที่พัฒนาโดย DeepMind ในปี 2016  ในระดับสูง คุณสามารถนึกถึง Gemini ผนวกรวมจุดแข็งบางอย่างของระบบอย่าง AlphaGo เข้ากับความสามารถด้านภาษาที่น่าทึ่งของโมเดลขนาดใหญ่ เขาบอกด้วยว่าจะมี “นวัตกรรมใหม่” ถือว่า “น่าสนใจทีเดียว” Gemini เปิดตัวครั้งแรกในงานประชุม I/O Developer Conference ของ Google ในเดือนพฤษภาคม พร้อมกับผลิตภัณฑ์ AI อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง Hassabis

Google อ้างว่าเครื่องมือใหม่นี้มีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการตรวจจับการฟอกเงินในระดับที่อิงตามกฎแบบเก่า ๆ มาก Google Cloud เพิ่งประกาศเปิดตัวบริการ “Anti Money Laundering AI” (AMLAI) ป้องกันการฟอกเงินด้วย AI หลังจากประสบความสำเร็จในการทดลองกับ HSBC กลุ่มบริการทางการเงินในลอนดอน AMLAI ใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) เพื่อสร้างโปรไฟล์ความเสี่ยง ตรวจสอบธุรกรรม และวิเคราะห์ข้อมูล ตามที่บล็อกโพสต์จาก Google Cloud ระบุเอาไว้ว่า “การตรวจสอบธุรกรรมด้วย AI เข้ามาแทนที่วิธีการกำหนดกฎเกณฑ์ด้วยตนเอง และควบคุมพลังของข้อมูลของสถาบันการเงินเองเพื่อฝึกโมเดลแมชชีนเลิร์นนิง (ML) ขั้นสูง เพื่อให้มุมมองที่ครอบคลุมของคะแนนความเสี่ยง” ในทางปฏิบัติ Google Cloud อ้างว่า พันธมิตรทดลองใช้ HSBC แล้ว พบว่ามีการแจ้งเตือนเชิงบวกเพิ่มขึ้น 2-4 เท่า และลดข้อผิดพลาดลง 60% ค่าบริการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการในแต่ละวันด้วย AML และระบบการให้คะแนนความเสี่ยง และจำนวนลูกค้ารวมอยู่ในชุดข้อมูลการฝึกอบรมที่ใช้ในแบบจำลอง การเปิดตัวของ AMLAI บ่งบอกได้ถึงความทะเยอทะยานของ Google และ Google Cloud ในด้

Samsung บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีเปิดเผยว่ากำลังทำงานเพื่อสร้างเมตาเวิร์สและอุปกรณ์ขยายความเป็นจริงของตัวเอง โดยบอกใบ้ถึงความเป็นไปได้ของการเปิดตัวชุดหูฟัง VR ในอนาคตอันใกล้นี้ TM Roh หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประสบการณ์มือถือของ Samsung กล่าวว่าอุปกรณ์นี้จะถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือกับ Google และ Qualcomm Samsung รุกเข้าสู่ธุรกิจฮาร์ดแวร์ Metaverse Samsung บริษัทมือถือสัญชาติเกาหลีเปิดเผยว่าจะรุกตลาดชุดหูฟังเมตาเวิร์สและ VR (virtual reality) ในเร็ว ๆ นี้ บริษัทประกาศว่ากำลังทำงานในสิ่งที่เรียกว่าฮาร์ดแวร์ “extended reality” ซึ่งบอกใบ้ถึงการผลิตชุดหูฟัง VR นั่นเอง TM Roh หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประสบการณ์มือถือของ Samsung ยืนยันว่าอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่ไม่ได้เสนอการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ อย่างไรก็ตาม เขารายงานการมีส่วนร่วมกับ Qualcomm บริษัทผู้ผลิตชิป และ Google ในฐานะพันธมิตร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ Roh กล่าวกับ The Washington Post ว่า บริษัทต่าง ๆ มากมาย … ได้ประกาศเรื่องเหล่านี้เกี่ยวกับความเป็นจริงที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเราจึงเตรียมการที่คล้ายกันไม่น้อยไปกว่าบริษัทอื่น ๆ เลย R

ฟีเจอร์ใหม่นี้ ถูกเพิ่มเข้ามาเพียงไม่กี่วันที่ Ethereum Merge ที่รอคอยกำลังจะเกิดขึ้น ฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นสัญญาณสนับสนุนการมาถึงของ Ethereum Merge ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้นำด้านเทคโนโลยีของ Google กำลังไฮไลต์เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นโดยนับเวลาถอยหลัง เมื่อพิมพ์คำว่า “Ethereum Merge” หรือ “The Merge” ในเครื่องมือค้นหาจะแสดงทิกเกอร์นับถอยหลัง (Countdown), current difficulty, hash rate และ merge difficulty ด้านข้างแสดงรูปแพนด้าสองตัวมีความสุขวิ่งเข้าหากันพร้อมมือที่ยื่นออกไป น่าจะใกล้เข้ามามากขึ้นเมื่อ Merge ใกล้เข้ามาแล้ว ภาพหน้าจอแสดงการนับถอยหลัง ที่มา: Google Sam Padilla นักพัฒนา Google Cloud กล่าวในทวีตเมื่อวันที่ 9 กันยายน ว่า ตัวจับเวลาเป็น “ความประหลาดใจเล็ก ๆ น้อย ที่สนุกสนาน” และเป็นวิธีการแสดงขอบคุณ “งานที่ทำมาหลายปีแล้ว” เขากล่าวว่างานนี้ทำขึ้นโดยทีมงานด้านค้นหาและห้องปฏิบัติการของ Google โดยเผยว่าเขาช่วย “เริ่มต้น” แนวคิดและอภิปรายนำไปสู่การใช้งานตัวจับเวลา ในโพสต์เดียวกัน Padilla อธิบายว่าการนับเวลาเชื่อมต่อโดยตรงกับบล็อกเชน โดยอัพเดทการนับถอยหลังแบบเรีย

คำถามค้นหา 10 อันดับแรกใน Google ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีเผยให้เห็นถึงความอยากรู้อยากเห็นในหมู่นักลงทุนทั่วไปเพิ่มขึ้น ด้วยคำถาม 2 ทำไม 3 อะไร และ 5 อย่างไร? สิ่งที่ผู้คนค้นหาบน Google ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงความคิดที่แท้จริง มักเผยให้เห็นถึงความสนใจ ความกลัว และอารมณ์อื่น ๆ ของพวกเขาเกี่ยวกับหัวข้อต่าง ๆ เพื่อบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนท่ามกลางตลาดมหมีที่ยังไม่สิ้นสุด  คำถามค้นหา 10 อันดับแรกใน Google ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีเผยให้เห็นถึงความอยากรู้อยากเห็นในหมู่นักลงทุนทั่วไปเพิ่มขึ้น ด้วยคำถาม 2 ทำไม 3 อะไร และ 5 อย่างไร? มาดูกันว่าคำถามค้นหาดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับคริปโตใดมากที่สุด จากมากไปหาน้อย คริปโตเคอร์เรนซี คืออะไร – What is cryptocurrency  แม้กระทั่งหลังจากสิบสามปีของการดิสทรัปต์การเงินแบบเก่า คำถามยอดฮิตที่นักลงทุนทั่วไปถาม Google คือ “What is cryptocurrency” คริปโตเคอร์เรนซี คืออะไร ด้วยปริมาณค้นหาทั่วโลก (GV) ที่ 256,000 การค้นหาคำถามนี้มากกว่าคำถามอันดับสองเกือบห้าเท่า (4.7 เท่า) คริปโตคืออะไร – What is crypto คำถามยอดฮิตอันดับสองเ

ภัยคุกคามของ TikTok ต่อธุรกิจ Google มิได้จำกัดแค่ใน Youtube เท่านั้น บริการหลักของ Google ได้แก่ เสิร์ชค้นหา (Search) และแผนที่ (Maps) ก็ได้รับผลกระทบต่อความชื่นชอบโซเชียลมีเดียและวิดีโอที่เพิ่มขึ้น ในฐานะจุดเริ่มต้นค้นหาของผู้ใช้งานที่มีอายุน้อยกว่า ผู้บริหาร Google ยอมรับในเรื่องนี้ในงานอีเวนต์ คุณ Prabhakar Raghavan รองประธานอาวุโส ผู้บริหารองค์กร Knowledge & Information organization ของ Google กล่าวถึงแอพโซเชียลยอดนิยมในงานประชุม Fortune’s Brainstorm Tech เกี่ยวกับอนาคตของผลิตภัณฑ์ Google และการใช้งาน AI  ในการอภิปรายเกี่ยวกับพัฒนาการของการค้นหา (Search) นั้น เขาค่อนข้างตั้งข้อสังเกตอย่างตรงไปตรงมาว่า คนรุ่นใหม่ตอนนี้มักหันไปใช้แอพอย่าง Instagram และ TikTok แทนที่ Google Search หรือ Maps เพื่อค้นหาข้อมูลกันแล้ว  “เราเรียนรู้เป็นประจำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใหม่ ๆ ไม่ได้คาดหวังและมีทัศนคติอย่างที่เราคุ้นเคย” คุณ Raghavan กล่าว พร้อมทั้งเสริมว่า “คำถามค้นหาที่พวกเขาค้นหานั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง” ผู้ใช้งานเหล่านี้มักจะไม่พิมพ์คีย์เวิร์ด แต่มองหาผลข้

คุณ Eric Schmidt ซีอีโอ Google ได้ประกาศว่ามีความสับสนเกี่ยวกับแนวคิดเมตาเวิร์ส (Metaverse) และความหมายของมันต่อผู้คน โดยกล่าวว่าถึงแม้บริษัทอย่าง Facebook เดิมที่พยายามเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อครองตลาดเมตาเวิร์สนั้นก็ยังไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจนทั้งด้านแนวคิดและผลกระทบต่อชีวิตของผู้คน เมตาเวิร์ส (Metaverse) ยังไม่มีความหมายชัดเจน ตามความเห็นของ Eric Schmidt ซีอีโอ Google แม้ว่าจะมีบริษัทและบริษัทจำนวนมากที่ลงทุนไปแล้ว และเดิมพันกับการเติบโตของแนวคิดเมตาเวิร์สก็ตาม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อมั่นในเรื่องนี้ คุณ Eric Schmidt ผู้ประกอบการอดีตซีอีโอของ Google ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีตั้งแต่ปี 2001 ถึ 2011 อยู่ในกลุ่มหลังนี้ Schmidt  แสดงความสงสัยในระดับหนึ่งเมื่อพูดถึงความสำคัญและการนำเทคโนโลยีใหม่นี้ไปใช้ในอนาคต ในสัปดาห์นี้ ที่งานอีเวนต์ในโคโลราโด คุณ Schmidt แสดงความคิดของเขาเกี่ยวกับเมตาเวิร์สว่า “ไม่มีข้อตกลงชัดเจนว่าเมตาเวิร์สคืออะไร แม้ว่ามีบริษัทหนึ่งจะเปลี่ยนชื่อเพื่อรอการนิยามก็ตาม“ ชัดเจนว่า Schmidt  หมายถึงก้าวย่างของ Meta ซึ่งเดิมเรียกว่า Facebook เคลื่อนไหวการด

มีรายงาน Google กำลังรวบรวมทีม Web3 สร้างบริการต่าง ๆ สำหรับนักพัฒนาที่ใช้แอพพลิเคชั่นบล็อกเชน ตามที่ CNBC รายงาน  จากอีเมลส่งถึงพนักงานเมื่อวันศกร์ Amit Zavery รองประธานฝ่าย Google Cloud กล่าวว่า แม้ว่า Web3 ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ตลาด “ชี้ให้เห็นแล้วว่ามีศักยภาพมหาศาล ลูกค้าจำนวนมากขอให้เราเพิ่มการสนับสนุนรองรับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Web3 และคริปโต” บริษัทกำลังมองหาทางเลือกอันดับหนึ่งสำหรับนักพัฒนาในวงการนี้ แต่ไม่ต้องการเป็น “ส่วนหนึ่งของคลื่นคริปโตเคอร์เรนซีโดยตรง” คุณ Zavery บอกกับทาง CNBC แต่ Google จะสนับสนุนนักพัฒนาที่ต้องการสร้างซอฟต์แวร์ Web3 โดยนำเสนอบริการหลังบ้าน (Back-end) ทีมงานจะอยู่ภายใต้หน่วยประมวลผลคลาวด์ของ Google เมื่อเดือนก่อนได้ทำข้อตกลงกับ Aptos Labs เพื่อให้บริษัทและนักพัฒนาสามารถสร้างเครือข่ายของ Google ได้ง่ายขึ้น หนึ่งในแนวคิดหลักของ Web3 คือ การกระจายศูนย์ (Decentralization) ผ่านการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเป็นความก้าวหน้าจาก Web2 ส่วนใหญ่ถูกครอบงำโดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รวมถึง Google ด้วย ที่มา : theblockcrypto.com

Follow us

Most read in category

Digital currency