Search
Close this search box.
Search
Close this search box.

ปัญญาประดิษฐ์

ในช่วง 17 วันที่ผ่านมา มูลค่าของสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พุ่งสูงขึ้น โดยมีมูลค่าตลาดโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง $10.21 พันล้านดอลลาร์ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดของ OpenAI ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน AI ที่สามารถแปลงข้อความเป็นวิดีโอ (text into video) ได้ ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีด้าน AI พุ่ง 142% หลังการเปิดตัว Sora ของ OpenAI เดือนนี้ ตลาดคริปโตที่เน้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด หลังจาก OpenAI เปิดตัว Sora ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการแปลงข้อความเป็นวิดีโอ ถึงแม้ว่า Sora ยังไม่เปิดให้ใช้งานกับสาธารณชน แต่ได้มีการเผยแพร่ตัวอย่างวิดีโอที่สร้างขึ้นอย่างน่าประทับใจ โดยวิดีโอเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งส่งผลให้ตลาดคริปโตที่เกี่ยวข้องกับ AI เกิดการตื่นตัวและส่งผลต่อการเติบโต ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2024 เป็นต้นมา มูลค่าของภาคคริปโตเคอร์เรนซีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 142.79% ตลอดช่วงเวลานี้ ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี AI

แม้ว่าการประเมินจะไม่ครอบคลุม แต่การค้นพบนี้บ่งชี้ว่าการเปลี่ยนจากพนักงานที่เป็นมนุษย์ไปเป็นพนักงาน AI จะไม่รวดเร็วเท่าที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์เอาไว้ ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์และไอบีเอ็มได้เผยแพร่งานวิจัยที่สามารถช่วยบรรเทาความกลัวบางประการที่เกี่ยวข้องกับการแย่งการจ้างงานจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์มานานแล้วว่า AI สามารถ และน่าจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในสายงานได้ การศึกษาล่าสุดประเมินว่าประมาณครึ่งหนึ่งของงานทั้งหมดที่มนุษย์ทำอยู่ในปัจจุบันสามารถทำงานอัตโนมัติได้ Announcing our new paper that goes beyond “AI Exposure” to consider which tasks would be economically attractive to automate. We find that firms would only want to use AI for one-quarter of tasks that could be automated https://t.co/I7Xq6ZPEIM @MITFutureTech @MIT_CSAIL @mit_ide — Neil Thompson (@ProfNeilT) January 22, 2024 ทว่างานวิจัยใหม่จากห้องปฏิบัติการ AI ของ MIT-IBM Watson AI ชี้ให้เห็นว่าระบบอัตโนมัติดังกล่าวอาจมีค่าใช้จ่ายสูงโดยนายจ้างอาจไม่เต็มใจที่จะจ่าย ตามรายงานการ

Microsoft และ Siemens เปิดตัว generative AI รุ่นใหม่ สำหรับสำหรับมืออาชีพในอุตสาหกรรมการผลิต การดูแลสุขภาพ การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติเยอรมัน Siemens ร่วมมือกับ Microsoft และประกาศเปิดตัวผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ของบริษัท Siemens Industrial Copilot บริษัทฯ เปิดตัวผู้ช่วย AI เพื่อส่งเสริม “การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร” และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ในการประกาศ พวกเขายังได้เปิดเผยว่าจะสร้างผู้ช่วย AI เพิ่มเติมเพื่อรองรับมืออาชีพในอุตสาหกรรมการผลิต การดูแลสุขภาพ การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯ ระบุว่าพวกเขาตั้งเป้าที่จะนำ “ประโยชน์ของ generative AI มาสู่อุตสาหกรรมทั่วโลก” ภายในอุตสาหกรรมการผลิตเอง บริษัทต่าง ๆ กล่าวว่าพวกเขาได้วางแผน Copilots สำหรับยานยนต์ สินค้าบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และการสร้างเครื่องจักร จากข้อมูลของ Microsoft บริษัท Schaeffler ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติเยอรมันได้นำ Siemens Industrial Copilot มาใช้แล้ว Satya Nadella ประธานและซีอีโอของ Microsoft กล่าวว่าเขามองเห็น AI รุ่นต่อไปที่สามารถนำนวัตกรรม

โทเคนคริปโตที่เกี่ยวข้องกับ AI (Artificial intelligence) ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 3% ในวันพุธ หลังจาก Elon Musk ซีอีโอ Tesla และ SpaceX ประกาศเปิดตัวบริษัทด้าน AI ใหม่ ชื่อ xAI เป็นตัวเลือกแข่งกับแชทบอทยอดนิยมอย่าง ChatGPT โทเคนอย่างเช่น SingularityNET (AGIX) ราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 6% ขณะที่ Fetch.ai (FET) เพิ่มขึ้นประมาณ 3% หลังจากประกาศบริษัทใหม่ออกมามีเป้าหมายเพื่อ “เข้าใจความจริงแท้ของจักรวาล” ทีมงานนำโดย Musk และสมาชิกทีมที่เคยทำงานที่ DeepMind, OpenAI, Google Research, Microsoft Research, Tesla และมหาวิทยาลัยโตรอนโต้มาก่อน (ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์บริษัท) บริษัทใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่นี้ จะแยกออกจากบริษัท X Corp ของ Musk และ xAI แถลงว่าจะมีการทำงานร่วมกันกับบริษัทอื่น ๆ ของเขาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ xAI จะให้บริการ  Twitter Spaces chat ในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม นี้ แหล่งข่าว -> coindesk.com

สรุป เสียงรบกวนส่วนใหญ่รอบตลาด NFT เมื่อเร็ว ๆ นี้ถูกครอบงำด้วยหัวข้อข่าวและข้อมูลที่วาดภาพอันเลวร้ายของภาคส่วนนี้ แต่ Solana Labs กล่าวว่า ยังมีผู้สนใจเข้าร่วมการต่อสู้และกำลังทำงานกับเครื่องมือ AI ใหม่เพื่อช่วยให้พวกเขาก้าวข้ามไปได้ “หนึ่งในความท้าทายในตอนนี้ … [ผู้ซื้อ] จำเป็นต้องค้นหาจุดข้อมูลต่างๆ มากมาย” Tal Tchwella หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Solana Labs กล่าวกับ The Block ในขณะที่กำลังพิจารณาว่าการเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เริ่มต้นนั้นยากเพียงใด ท่ามกลางความพยายามที่จะเลือกคอลเลกชันเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบได้ง่ายขึ้น Solana Labs กำลังทำงานกับ AI ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ระบุและซื้อโทเคน NFT ที่เหมาะกับความต้องการและความจำเป็นของพวกเขามากที่สุด “บางส่วนก็เกินจริงอย่างที่เราเคยเห็นในคอลเลกชั่น NFT บางคอลเลกชั่น” Tchwella กล่าวเสริม “แต่บางส่วนก็เกี่ยวข้องเชื่อมโยงอย่างแท้จริงที่ผู้คนสร้างขึ้นผ่านสิ่งนี้ และนี่คือจุดที่ AI สามารถเข้ามาและทำสิ่งนั้นได้ ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้สำหรับบรรทัดฐานสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาใน [web3] เพื่อค้นหาสิ่งที่พวกเขาสนใจ” ค้นหาชุมชน NFT ที่ดีที่สุด Tchwella กล่าวว่า Solana อา

ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเห็น AI ทะยานขึ้น และยิ่งกว่านั้นทำนองเดียวกันกับ Bitcoin อดีต CEO ของ BitMEX กล่าว Bitcoin (BTC) จะเป็นสกุลเงินของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และราคาต่อเหรียญอาจแตะ $760,000 ดอลลาร์สหรัฐในกระบวนการนี้ Arthur Hayes กล่าว ในบทความล่าสุดของเขาที่ชื่อว่า “Massa” อดีต CEO ของ BitMEX สรุปว่าการปฏิวัติของ AI จะมุ่งไปที่ BTC โดยธรรมชาติ Hayes: Bitcoin เป็น “ตัวเลือกสกุลเงินที่มีเหตุผลสำหรับ AI” ทั้งนี้ ระบบเงินตราถูกกำหนดให้กลายเป็นระบบที่ผิดปกติมากขึ้นในอนาคต Hayes กล่าวว่า มีภาคส่วนเศรษฐกิจหนึ่งที่กำลังเติบโตมีจุดแข็งแล้วแข็งอีก นั่นคือ AI ขณะที่ยังเพิ่งเกิดขึ้นในปี 2023 ทศวรรษต่อๆ ไปจะได้เห็นการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างมากมาย จะทำให้แพร่หลายและหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ความก้าวหน้าล่าสุดในด้านพลังการประมวลผลได้พาเราไปสู่จุดสูงสุดของไม้ฮอกกี้ AI จะกลายเป็นไวรัลและเปลี่ยนเส้นทางของมนุษยชาติในชั่วข้ามคืน” เขาระบุ “ในเวลาเพียงสองเดือน ChatGPT เข้าถึงผู้คนที่ใช้งานอยู่ 100 ล้านคนต่อเดือน ทำให้เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ดังนั้นลองจินตนาการดูว่าทุกอย่

OpenAI กำลังจัดตั้งทีมใหม่ นำโดย Ilya Sutskever หัวหน้านักวิทยาศาสตร์และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งของบริษัท เพื่อพัฒนาวิธีการควบคุมและควบคุมระบบ AI ที่ “ฉลาดล้ำ (superintelligent)” เหนือมนุษย์ จากบล็อกโพสต์เผยแพร่ล่าสุด Sutskever และ Jan Leike หัวหน้าทีมวางแผนที่ OpenAI ทำนายว่า AI ที่มีความฉลาดเหนือมนุษย์จะมาถึงภายในทศวรรษนี้ AI นี้ สมมติว่ามันมาถึงในที่สุด ไม่จำเป็นต้องเมตตา จำเป็นต้องมีการวิจัยเพื่อหาวิธีควบคุมและจำกัดมัน Sutskever และ Leike กล่าว “ปัจจุบัน เรายังไม่มีวิธีแก้ปัญหาในการบังคับหรือควบคุม AI ที่ฉลาดล้ำ และป้องกันไม่ให้มันทำงานผิดปกติ” พวกเขาระบุ “เทคนิคปัจจุบันของเราในการจัดแนว AI เช่น การเรียนรู้การเสริมแรงจากความคิดเห็นของมนุษย์ อาศัยความสามารถของมนุษย์ในการควบคุม AI แต่มนุษย์จะไม่สามารถควบคุมระบบ AI อย่างน่าเชื่อถือได้อย่างชาญฉลาดกว่าเรา” การก้าวไปข้างหน้าในด้าน “การจัดแนวฉลาดล้ำ (superintelligence alignment)” นั้น OpenAI กำลังสร้างทีม Superalignment ใหม่ นำโดยทั้ง Sutskever และ Leike ซึ่งจะสามารถเข้าถึง 20% ของการประมวลผลที่บริษัทได้รับจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศ

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเผยแพร่คู่มือเกี่ยวกับจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ผ่านสำนักวาติกัน ท่านสรุปชุดหลักการที่บริษัทเทคโนโลยี เช่น OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ควรปฏิบัติตามในขณะที่พวกเขาพัฒนาและปรับใช้โปรแกรม AI คู่มือนี้มีชื่อว่า “Ethics in the Age of Disruptive Technologies: An Operational Roadmap” พัฒนาขึ้นโดย Institute for Technology, Ethics, and Culture (ITEC) สถาบันแห่งใหม่ของสำนักวาติกัน โดยทำงานร่วมกับ Markkula Center for Applied Ethics แห่งมหาวิทยาลัยซานตาคลารา (Santa Clara University) แนวทางระบุว่าควรใช้ AI เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อม พวกเขายังเรียกร้องให้ระบบปัญญาประดิษฐ์มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดภัย เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงหายนะ (apocalypse) ที่ขับเคลื่อนโดย AI แนวทางกรอบพัฒนา AI แม้จะมีภูมิหลังที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสและเพื่อนร่วมงานก็มีคุณสมบัติพิเศษในการเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ AI คุณพ่อเบรนแดน แมคไกวร์ (Brendan McGuire) ศิษยาภิบาลของ St. Simon Parish ในแคลิฟอร์เนีย เชื่อว่าความคิดริเริ่มของวาติกันสอดคล้องกับผลประโยชน์ที่ม

ซีอีโอของ Google DeepMind กล่าวว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังสร้างเทคโนโลยีจากรุ่น AlphaGo ปี 2016 ทำให้ Gemini มีความสามารถเหนือกว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ซีอีโอ DeepMind บริษัทย่อยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Google กล่าวว่า ระบบ AI ที่กำลังจะมาถึงของบริษัทนั้น จะ “มีความสามารถเหนือกว่า” ChatGPT ของ OpenAI  ตามที่ Wired รายงานนั้น Demis Hassabis ซีอีโอของ DeepMind กล่าวว่า Gemini AI ของบริษัทเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (large language model, LLM) ที่ใช้ข้อความคล้ายกับกระบวนการของ ChatGPT แต่จะมาพร้อมกับความสามารถใหม่ เช่น การวางแผน (planning) หรือการแก้ปัญหา (problem-solving) ระบบจะใช้เทคโนโลยีและเทคนิคที่ใช้ใน AlphaGo ระบบ AI รุ่นแรกที่พัฒนาโดย DeepMind ในปี 2016  ในระดับสูง คุณสามารถนึกถึง Gemini ผนวกรวมจุดแข็งบางอย่างของระบบอย่าง AlphaGo เข้ากับความสามารถด้านภาษาที่น่าทึ่งของโมเดลขนาดใหญ่ เขาบอกด้วยว่าจะมี “นวัตกรรมใหม่” ถือว่า “น่าสนใจทีเดียว” Gemini เปิดตัวครั้งแรกในงานประชุม I/O Developer Conference ของ Google ในเดือนพฤษภาคม พร้อมกับผลิตภัณฑ์ AI อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง Hassabis

Amazon Web Services (AWS) เปิดตัวกองทุนมูลค่า $100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพที่เน้น generative AI โดยเฉพาะ Amazon ได้เคลื่อนไหวหลายอย่างในภาคส่วนคริปโตและบล็อกเชน ภาพ: Shutterstock การเปิดตัวที่ชัดเจนเพื่อยืนยันการดำรงอยู่ในภูมิทัศน์ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งขนาดใหญ่ของบริษัทค้าปลีก ได้เปิดตัวกองทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นไปที่ generative AI โครงการนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ AWS Generative AI Innovation Center ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงกับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักยุทธศาสตร์ วิศวกร และสถาปนิกโซลูชันในเครือ AWS กับลูกค้าและคู่ค้า ตามที่ Amazon เผย จุดมุ่งหมายคือ “เร่งนวัตกรรมขององค์กรและความสำเร็จด้วย generative AI” Generative AI ได้แก่เครื่องมือต่าง ๆ เช่น ChatGPT หรือ Midjourney เป็นส่วนย่อยของปัญญาประดิษฐ์ซึ่งแทนที่จะเรียนรู้ที่จะจัดประเภทข้อมูลหรือทำนายผลลัพธ์ แต่กลับสามารถสร้างเนื้อหาใหม่ได้ มันสร้างอะไรก็ได้ตั้งแต่ข้อความและรูปภาพไปจนถึงเพลงตามรูปแบบที

Google อ้างว่าเครื่องมือใหม่นี้มีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการตรวจจับการฟอกเงินในระดับที่อิงตามกฎแบบเก่า ๆ มาก Google Cloud เพิ่งประกาศเปิดตัวบริการ “Anti Money Laundering AI” (AMLAI) ป้องกันการฟอกเงินด้วย AI หลังจากประสบความสำเร็จในการทดลองกับ HSBC กลุ่มบริการทางการเงินในลอนดอน AMLAI ใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) เพื่อสร้างโปรไฟล์ความเสี่ยง ตรวจสอบธุรกรรม และวิเคราะห์ข้อมูล ตามที่บล็อกโพสต์จาก Google Cloud ระบุเอาไว้ว่า “การตรวจสอบธุรกรรมด้วย AI เข้ามาแทนที่วิธีการกำหนดกฎเกณฑ์ด้วยตนเอง และควบคุมพลังของข้อมูลของสถาบันการเงินเองเพื่อฝึกโมเดลแมชชีนเลิร์นนิง (ML) ขั้นสูง เพื่อให้มุมมองที่ครอบคลุมของคะแนนความเสี่ยง” ในทางปฏิบัติ Google Cloud อ้างว่า พันธมิตรทดลองใช้ HSBC แล้ว พบว่ามีการแจ้งเตือนเชิงบวกเพิ่มขึ้น 2-4 เท่า และลดข้อผิดพลาดลง 60% ค่าบริการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการในแต่ละวันด้วย AML และระบบการให้คะแนนความเสี่ยง และจำนวนลูกค้ารวมอยู่ในชุดข้อมูลการฝึกอบรมที่ใช้ในแบบจำลอง การเปิดตัวของ AMLAI บ่งบอกได้ถึงความทะเยอทะยานของ Google และ Google Cloud ในด้

Meta เคลมว่า Voicebox เป็น AI ตัวแรกที่สามารถสรุปงานแปลงข้อความเป็นคำพูด (text-to-speech) ที่ไม่ได้รับการฝึกฝนให้สำเร็จและอธิบายว่าเป็น “ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ (breakthrough)” Meta AI เพิ่งเปิดตัวเครื่องมือสร้างข้อความเป็นคำพูด (breakthrough” text-to-speech, TTS) ที่ “ก้าวหน้า” เคลมว่าสร้างผลลัพธ์ได้เร็วกว่าโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำสมัยถึง 20 เท่าพร้อมประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากัน ระบบใหม่นี้มีชื่อว่า Voicebox ละทิ้งสถาปัตยกรรม TTS แบบดั้งเดิม หันไปใช้โมเดลที่คล้ายกับ ChatGPT ของ OpenAI หรือ Bard ของ Google ท่ามกลางข้อแตกต่างหลักระหว่าง Voicebox กับโมเดล TTS ที่คล้ายกัน เช่น ElevenLabs Prime Voice AI ก็คือ ข้อเสนอของ Meta สามารถสรุปได้ผ่านการเรียนรู้ในบริบท เช่นเดียวกับ ChatGPT หรือทรานสฟอร์เมอร์รุ่นอื่น ๆ Voicebox ใช้ชุดข้อมูลการฝึกอบรมขนาดใหญ่ ความพยายามก่อนหน้านี้ในการใช้ข้อมูลเสียงจำนวนมากส่งผลให้เอาต์พุตเสียงลดลงอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ระบบ TTS ส่วนใหญ่จึงใช้ชุดข้อมูลขนาดเล็กที่มีป้ายกำกับสูง Meta ก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ผ่านแผนการฝึกอบรมแบบใหม่ที่ทิ้งป้ายกำกับและการดูแ

ทางเลือกอื่นของ ChatGPT นำเสนอฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานที่ไม่เหมือนใคร ขยายความเป็นไปได้ของการโต้ตอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI แม้ว่า ChatGPT จะเป็นโมเดลภาษายอดนิยม แต่ก็มีทางเลือกมากมายสำหรับงานประมวลผลภาษาธรรมชาติต่าง ๆ ต่อไปนี้เป็นเจ็ดทางเลือกนอกจาก ChatGPT 1.Google Bard Bard เป็นบริการแชทที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เชิงสนทนาเชิงทดลองของ Google นำเสนอแพลตฟอร์มเชิงโต้ตอบบนเว็บ มันทำงานคล้ายกับ ChatGPT แต่แหล่งความรู้ต่างกัน เช่นเดียวกับแชทบอท AI อื่นๆ Bard สามารถเขียนโค้ด คิดปัญหาทางคณิตศาสตร์ และช่วยในเรื่องการเขียนได้ Google Bard สร้างขึ้นจากพื้นฐานของ Transformer ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเครือข่ายประสาทเทียมแบบโอเพ่นซอร์ส (open-source neural network architecture) ที่รองรับ LaMDA ซึ่งเป็นรูปแบบภาษาก่อนหน้าของ Google สำหรับแอปพลิเคชันการสนทนา (Language Model for Dialogue Applications) Pathways Language Model 2 (PaLM 2) ซึ่งเปิดตัวในปลายปี 2022 คือสิ่งที่ขับเคลื่อนมัน ผู้ใช้สามารถไปที่ bard.google.com ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google จากนั้นป้อนคำถามหรือข้อความแจ้งในกล่องข้อความที่กำหนดเพื่อเริ่มการส

“ปัญญาประดิษฐ์จะไม่ทำลายโลก และจริงๆ แล้วอาจช่วยให้โลกอยู่รอดได้” กล่าวโดย Marc Andreessen ผู้ร่วมก่อตั้งของบริษัทร่วมทุน Andreessen Horowitz ความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หน่วยงานกำกับดำแลในสหรัฐฯ อังกฤษ สหภาพยุโรป และอื่น ๆ กำลังพยายามหาพื้นที่ร่วมกันในการปรับใช้เทคโนโลยีนี้และกำกับดูแลให้เหมาะสม คำเตือนนั้น Matt Clifford ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Rishi Sunak เกี่ยวกับปัญหา AI (ปัญญาประดิษฐ์) ได้เตือนเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ปัญญาประดิษฐ์จะก้าวหน้าพอที่จะสามารถคร่าคนได้มากมายภายในระยะเวลาสองปี “คุณจะเห็นข้อเสียที่อันตรายอย่างมากต่อมนุษย์ที่อาจค่ามนุษย์ได้มากมาย ไม่ใช่ทั้งหมดของมนุษย์ แค่จากสถานการณ์ที่เราคาดหวังว่าโมเดลจะอยู่ในอีกสองปี” Clifford กล่าว อย่างไรก็ตาม Andreessen ได้ให้ข้อโต้แย้งกลับมา โดยกล่าวว่า “ยุคของ AI ได้มาถึงแล้วและผู้คนกำลังตกใจอยู่จริง ๆ” “โชคดีที่ฉันอยู่ที่นี่เพื่อนำข่าวดีมาบอก ปัญญาประดิษฐ์จะไม่ทำลายโลก จริง ๆ แล้ว อาจช่วยโลกให้โลกรอดได้” Andreessen กล่าวในบทความที่มีความยาวเกือบ 7,000 คำ

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ที่ใช้ในการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) จะไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ตามที่สื่อท้องถิ่นรายงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี Keiko Nagaoka ยืนยันการตัดสินใจนี้ มันเป็นไปตามหลักเกณฑ์สำหรับชุดข้อมูลของ AI โดยไม่ว่าจะเป็นจากวัตถุประสงค์หรือแหล่งที่มาของมัน การเปลี่ยนแนวทางนโยบายเป็นการตอบสนองต่อความสำคัญปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มขึ้น ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ โรบอติกส์ การเรียนรู้ของเครื่องจักร และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ  ญี่ปุ่นมีเป้าหมายในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและสร้างความร่วมมือโดยการยกเว้นข้อจำกัดลิขสิทธิ์ของข้อมูลการฝึกสอนให้กับ AI เพื่อกระตุ้นนวัตกรรมและความก้าวหน้า การเคลื่อนไหวนี้เริ่มต้นจากการสนทนาระดับโลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วระหว่างปัญญาประดิษฐ์และสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการป้องกันลิขสิทธิ์ การฝึกสอน AI, กฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์, และนโยบายการใช้งานที่ยุติธรรม การตัดสินใจของประเ

ในปีนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนหลังการเปิดตัวของ ChatGPT จาก OpenAI เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่แล้ว ทำให้เกิดความตื่นเต้นทั่วโลก แต่ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ของบริษัท Citadel คุณ Ken Griffin เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สมเหตุสมผล ในขณะที่มหาเศรษฐีกองทุนเฮดจ์ฟันด์เชื่อว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานในภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วโลก แต่เขายังเชื่อว่าผู้สนับสนุน AI กำลังสร้างความตื่นเต้นในอุตสาหกรรมนี้เกินจริง ในปีนี้มีการเปิดตัวเครื่องมือและแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์จำนวนมากที่ถูกนำเสนอในตลาด ตั้งแต่เครื่องมือสร้างและแก้ไขภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ การแต่งเพลง การสร้างข้อความ รวมถึงเครื่องมืออื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของ CNBC คุณ Griffin เชื่อว่าการเร้าใจในลักษณะเช่นนี้กำลังถูกขยายกว้างไกลเกินความเหมาะสม เนื่องจากวงการนี้ยังคงเติบโตได้อีก “ฉันคิดว่าชุมชน AI กำลังทำผิดพลาดอย่างมหันต์โดยเต็มไปด้วยโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับผลกระทบระยะสั้นของ generative AI” Griffin กล่าว “ฉันคิดว่าพวกเขากำลังทำให้ทุกคนเสียหายอย่างใหญ่หลวงด้วยระดับของการโ

บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง ChatGPT ประกาศว่าจะให้รางวัล 10 ทุน มูลค่า $100,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่ทีมทั่วโลก เพื่อพัฒนากระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยในการกำหนดกฎของ AI OpenAI บริษัทแม่ของแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ ChatGPT ได้เปิดตัวโครงการริเริ่มเพื่อนำข้อมูลที่เป็นประชาธิปไตยมาสู่การพัฒนา AI จากประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม บริษัทกล่าวว่ากำลังเตรียมมอบรางวัล 10 ทุนมูลค่า $100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างกระบวนการประชาธิปไตย “พิสูจน์แนวคิด” เพื่อกำหนดกฎสำหรับระบบ AI ตามข้อกำหนด ตามแนวทาง OpenAI นั้น กฎควร “อยู่ในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด” และควรเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ เงินช่วยเหลือนี้แสดงถึงขั้นตอนในการสร้างกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยสำหรับการกำกับดูแล AGI และท้ายที่สุดคือการควบคุมดูแลปัญญาประดิษฐ์ บริษัทกล่าวว่าการทดลองจะเป็นพื้นฐานสำหรับโครงการ “ระดับโลก” และ “ทะเยอทะยาน” มากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าข้อสรุปจากการทดลองจะไม่มีผลผูกพัน แต่จะใช้เพื่อสำรวจคำถามที่สำคัญเกี่ยวกับการกำกับดูแล AI เงินช่วยเหลือนี้จัดทำโดย OpenAI ที่ไม่แสวง

การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ได้จำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีชิปล่าสุดของจีนเพื่อพัฒนา AI แต่บริษัทในท้องถิ่นก็ไม่ยอมปล่อยให้สิ่งนี้หยุดพวกเขาได้ การแข่งขันเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่จีนผลักดันการพัฒนา AI ที่ผลิตขึ้นเองโดยไม่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาเนื่องจากการคว่ำบาตรในปัจจุบัน ตามที่รายงานจาก The Wall Street Journal บริษัทจีนกำลังศึกษาวิธีการพัฒนา AI ผ่านเซมิคอนดักเตอร์ที่ด้อยกว่าและผสมผสานกันของชิปเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาฮาร์ดแวร์ประเภทเดียว รายงานกล่าวว่า นักวิจัยและนักวิเคราะห์เชื่อว่าการสร้างทางเลือกสำหรับชิปดังกล่าวจะเป็นเรื่องยากสำหรับบริษัทเทคโนโลยีของจีน แต่การทดลองบางอย่างได้แสดงให้เห็นถึง “ความสำเร็จ” ที่เป็นไปได้ มาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับจีนในเดือนตุลาคม 2022 ทำให้บริษัทจีนไม่สามารถเข้าถึงชิปที่ทันสมัยที่สุดในตลาดได้ ซึ่งรวมถึงชิป A100 ของ Nvidia และเวอร์ชันล่าสุด H100 ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการพัฒนา AI ปัจจุบันตลาดจีนสามารถเข้าถึงชิป Nvidia A800 และ H800 ซึ่งรองรับเฉพาะโมเดล AI ขนาดเล็กเท่านั้น ในเดือนเมษายน

โดยสรุป น้อยกว่าสองปีที่ผ่านมาไม่มีผู้นำทางธุรกิจรายอื่นที่กระตือรือร้นเกี่ยวกับ metaverse มากไปกว่า Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เขาเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta จาก Facebook และอัดฉีดเงินหลายพันล้านดอลลาร์ใน Reality Labs แผนกเมตาเวิร์สของบริษัทซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีเสมือนจริงและความจริงเสริม แต่ผู้ถือหุ้นเรียกร้อง หุ้นก็ตก จากนั้น Zuckerberg ก็ยอมจำนนในระดับหนึ่ง เมื่อปีที่แล้วนั้นซีอีโอได้พูดคุยเกี่ยวกับ Horizon Worlds ซึ่งเป็นข้อเสนอด้านเมตาเวิร์สที่สำคัญของ Meta โดยพูดถึงถึงเก้าครั้ง ไตรมาสที่แล้ว ภายใต้แรงกดดันให้ลดต้นทุนและจัดลำดับความสำคัญของธุรกิจหลักอย่าง Facebook และ Instagram โดย Zuckerberg ล้มเหลวในการพูดถึง Horizon Worlds แม้แต่ครั้งเดียว การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์เกิดขึ้นเมื่อแนวคิดของเมตาเวิร์สไม่ได้รับแรงฉุดมากนัก และ Meta ถูกบังคับให้เลิกจ้างพนักงานหลายหมื่นคนหลังจากจ้างงานอย่างจริงจังในช่วงที่เกิดโรคระบาดหนัก ปีที่แล้ว Meta รายงานว่ารายได้ลดลงเป็นครั้งแรกและหุ้นก็ร่วงตามมา ลดลงมากกว่า 44% จากระดับสูงสุดตลอดกาลในปี 2021 ปัญญาประดิษฐ์และเมตาเวิร์สนั้น สำคัญทั้งคู่ ก่อนหน้านี้

ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากกล่าวว่า AI จะ “ทำร้าย” คนทำงานชาวอเมริกันมากกว่าที่จะ “ช่วย” พวกเขาในอีก 20 ปีข้างหน้า เกือบสองในสาม (62%) ของชาวอเมริกันคิดว่า การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในที่ทำงานจะมี “ผลกระทบสำคัญ” ต่อคนทำงานชาวอเมริกันภายใน 20 ปีข้างหน้า ทำให้พนักงานหลายคน “ระแวดระวัง” และ “กังวล” ว่าอนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร รายงานของ Pew Research เมื่อวันที่ 20 เมษายน พบว่า 56% ของผู้ใหญ่ 11,004 คนที่สำรวจในสหรัฐอเมริกา พบว่า AI จะมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เช่นกัน อีก 22% เชื่อว่า AI จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย มีผู้เข้าร่วมเพียง 13% เท่านั้นที่เชื่อว่า “AI จะช่วยมากกว่าทำร้าย” คนทำงานชาวอเมริกัน ในขณะที่ 32% คิดตรงกันข้าม ผู้เข้าร่วมที่เหลือคาดการณ์ว่า “AI จะช่วยและทำร้ายพนักงานชาวอเมริกันได้เท่าๆ กัน” (32%) หรือไม่แน่ใจ (22%) การศึกษาไม่ได้ถามผู้เข้าร่วมโดยตรงว่าพวกเขาคิดว่าจะสูญเสียงานให้กับ AI หรือไม่ แต่ผู้ตอบแบบสอบสำรวจจำนวนมากอ้างว่า กังวลว่าสถานที่ทำงานที่ใช้ AI จะนำไปสู่การเฝ้าระวังที่เพิ่มขึ้น การจัดการข้อมูลผิดพลาด และการตีความที่ผิดพลา

Follow us

Most read in category

Digital currency